วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ทำไมผู้หญิงต้องตกขาว และต้องเป็นกันทุกคนหรือไม่

ตกขาวนับเป็นปัญหาที่พบบ่อยในสตรี เพราะนอกจากสร้างความเหนอะหนะแล้ว ยังนำมาซึ่งอาการคันที่ช่องคลอดด้วย คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าตกขาวมาจากไหน


ตกขาว เป็นกันทุกคนหรือ
ผู้หญิงทุกคนต้องมีตกขาวครับ ช่วงเป็นเด็กอาจมีเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ซึ่งเป็นช่วงเริ่มมีประจำเดือน ตกขาวจะมากขึ้นและมีปริมาณที่พอเหมาะจนถึงวัยสูงอายุซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่มีปริมาณลดลงจนแทบไม่มีอีกครั้ง
ตกขาวที่ปกติ สร้างมาจากต่อมที่ปากช่องคลอดและปากมดลูก รวมทั้งยังสร้างมาจากผนังช่องคลอดด้วย ตกขาวจากแหล่งต่างๆ จะมารวมกันในช่องคลอดเพื่อทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น หล่อลื่นช่องคลอด ช่วยขับสิ่งแปลกปลอม ฆ่าเชื้อโรคที่เข้าไปในช่องคลอด และปรับสภาพความเป็นกรดด่างในช่องคลอดให้สมดุล

เชื้อรา …ปัญหาของตกขาวคัน
เชื้อรา คือเชื้อโรคชนิดหนึ่ง มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Candida albicans เชื้อโรคตัวนี้อยู่ตามที่ต่างๆ ทั่วไป แต่ชอบสภาพสิ่งแวดล้อมที่ร้อนชื้นเป็นพิเศษ ช่องคลอดของคนเราเป็นอวัยวะที่ชื้นอยู่แล้วเพราะมีตกขาวอย่างที่ว่า ส่วนเรื่องร้อนนั้นขึ้นกับหลายปัจจัยคือ

• สภาพอากาศของบ้านเราที่ค่อนข้างร้อนจนถึงร้อนมาก

• ใส่เสื้อผ้าที่อบมาก

• สภาพร่างกายที่อ้วนมาก บางคนแค่ยืนเฉยๆ ขาก็มาชนกันแล้วทำให้ช่องคลอดถูกอบอยู่ตลอดเวลา สภาพเหล่านี้แหละที่เชื้อราชอบมาก เหตุนี้จึงทำให้ผู้หญิงไทยเรามีการติดเชื้อราในช่องคลอดกันง่ายมาก บางทีอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ ก็ยังเป็นเชื้อราในช่องคลอดได้ ผิดกับผู้หญิงในเมืองหนาวที่มีการติดเชื้อราน้อยกว่าซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดเฉพาะรายที่เป็นโรคเบาหวาน หรือเป็นโรคที่ต้องกินยากดภูมิต้านทานบางอย่าง เหล่านี้ทำให้เชื้อราชอบมากเช่นกัน

อาการติดเชื้อราในช่องคลอด

มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่มีการติดเชื้อราโดยไม่มีอาการอะไรเลย ที่รู้ว่ามีเชื้อราก็เพราะเผอิญไปตรวจภายในด้วยเหตุอื่น เช่น ไปตรวจภายในประจำปีหรือตรวจเนื้องอกมดลูก ผู้หญิงกลุ่มนี้อาจไม่จำเป็นต้องให้การรักษาอะไรก็ได้ เพราะเชื้อราที่ไม่ก่ออาการพวกนี้ ส่วนมากก็จะถูกตกขาวขับทิ้งออกไปจากร่างกายได้เอง แต่มีผู้หญิงจำนวนหนึ่งที่เมื่อได้รับเชื้อราเข้าไปในช่องคลอด มันจะเจริญเติบโตต่อไป
ในระยะแรกจะมีรูปร่างคล้ายดอกเห็ด (blastospore) ซึ่งยังไม่ทำให้เกิดอาการอะไร แต่ถ้าไม่ได้รับยารักษา เชื้อราจะเจริญต่อไปกลายรูปร่างเป็นสายยาวๆ (mycelia) ซึ่งสามารถแทรกเข้าไปในผนังช่องคลอดได้ ถึงขั้นนี้จะเริ่มมีอาการคัน บางคนอาจทนเอาเพราะอายที่จะไปตรวจภายใน แต่พอทิ้งไว้ไม่นานอาการคันกลับมากขึ้นจนทนไม่ไหว เลยเลิกอายรีบไปหาหมอเพื่อตรวจภายในก็มี นอกจากคันแล้วลักษณะของตกขาวที่มีก็จะเปลี่ยนไปด้วย จากที่เคยเป็นมูกใสๆ หรือขาวขุ่นๆ ก็จะกลายเป็นคล้ายนมที่เด็กอวกออกมา (curd) แต่ของบางคนมีลักษณะคล้ายแป้งก็มี

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นเชื้อราในช่องคลอด

แค่เอาตกขาวที่มีเชื้อรามาส่องกล้องจุลทรรศน์ดูก็บอกได้แล้ว สำหรับคุณหมอที่ผ่านการตรวจภายในผู้หญิงเป็นเวลานานๆ ส่วนใหญ่แค่ดูตกขาวโดยไม่ต้องส่องกล้องก็บอกได้ว่าเป็นเชื้อรา

รักษาอย่างไรดี

การติดเชื้อราในช่องคลอดสามารถรักษาหายได้ด้วยยา แต่ยานั้นมีทั้งกิน เหน็บช่องคลอด และชนิดครีมทาในช่องคลอด ซึ่งทุกชนิดยังแบ่งย่อยออกไปอีก เช่น ยาเหน็บอาจมีชนิดเหน็บครั้งเดียวและเม็ดเดียวเลิก หรือเหน็บวันละเม็ดแต่ต้องเหน็บ 3 - 5 วัน เป็นต้น จึงขอเตือนว่าการจะใช้ยาอย่างไรดี ควรปรึกษาคุณหมอที่รักษาดีกว่า ขืนไปกินหรือเหน็บยามั่วไปเรื่อยอาจทำให้ไม่หายและอาจมีโรคอื่นแทรกซ้อนตามมาได้

โรคนี้มีอันตรายไหม

“โรคนี้มีอันตรายไหม” เป็นคำถามยอดฮิต บางคนกลัวว่าถ้าเป็นตกขาวบ่อยๆ จะทำให้เป็นมะเร็ง คุณแม่ที่ตั้งครรภ์กลัวว่าจะทำให้ลูกพิการ ไม่เป็นอย่างที่คิดครับ โรคนี้ไม่มีอันตรายเช่นนั้น เพียงแต่ทำให้คุณทรมานจากอาการคันเท่านั้นเอง ยิ่งถ้าไปเกามันมาก ๆ อาจทำให้เกิดแผลติดเชื้อตามมา ก็ยิ่งทรมานเพิ่มขึ้นอีก

ป้องกันไม่ให้เป็นได้ไหม

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า เชื้อราชอบอากาศร้อนชื้น ดังนั้นถ้าไม่อยากเป็นโรคนี้ ก็อย่าสร้างสภาพแวดล้อมของร่างกาย ให้เชื้อรามีความรักใคร่ชอบพอจนอยากอยู่ด้วยก็แล้วกัน เช่น

• อย่าใส่เสื้อผ้าที่คับ อึดอัด

• อย่าปล่อยให้บริเวณช่องคลอดชื้นแฉะ

• เวลารู้สึกร้อนหรือเหนอะหนะบริเวณปากช่องคลอด ควรทำความสะอาดเช็ดให้แห้ง

• อย่าเอาผ้าอนามัยแผ่นเล็กๆ เช่น แคร์ฟรีปิดปากช่องคลอด เพราะจะยิ่งอบให้มันร้อนมากขึ้น

• และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ อย่าอ้วน เป็นข้อแนะนำที่พูดง่าย แต่ทำยากใช่ไหมครับ

ขอบคุณเนื้อหาจาก www.si.mahidol.ac.th คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
**************************************
📱ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโทร 0830354954 

ข้อมูลเพิ่มเติม 


คู่มือตรวจภายในสำหรับคุณผู้หญิง

คู่มือตรวจภายในสำหรับคุณผู้หญิง

photo

เพราะความอายนี่เองทำให้ผู้หญิงไม่น้อยไม่กล้าไปพบแพทย์เพื่อ "ตรวจภายใน" เพราะการตรวจดังกล่าวต้องเปลือยส่วนที่เป็นส่วนตัวมากๆ ซึ่งไม่อยากให้ใครเห็น นอกจากนี้ยังกลัวเจ็บ และกลัวในอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะในรายที่ยังเป็นสาวบริสุทธิ์ ไม่เคยแต่งงานหรือคลอดลูกมาก่อน

 

ปัญหาที่พบ

  • ในจำนวนนั้นอาจมีหลายรายที่มีความผิดปกติของอวัยวะภายในเกิดขึ้น ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่สืบพันธุ์
  • ทำให้คนแต่งงานแล้วมีลูกยาก หรือมีโรคติดเชื้อบางอย่างที่เกิดจากความสัมพันธ์ทางเพศ
  • ที่ร้ายแรงก็คืออาจมีไวรัสเอชพีวี (Human Papilloma Virus) ซึ่งเป็นไวรัสที่มีโอกาสพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งต่อไปทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูกได้ โดยสาวไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกมากอันดับ 1
ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาทุกอย่าง ผู้หญิงทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป จึงควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายในได้แล้ว เพื่อจะได้ทราบว่า ตัวเองมีปัญหาอะไรหรือไม่ ถ้ามีจะได้แก้ไขทันเวลา และเพื่อสุขภาพที่ดี
photo

โรคที่ต้องตรวจภายใน

สำหรับผู้หญิงมีโรคมากมายที่เกิดขึ้นจากความเกี่ยวข้องของอวัยวะทั้ง 7 ได้แก่
  • รังไข่ (Ovary)
  • ท่อนำไข่ (Fallopian tube)
  • มดลูก (Uterus)
  • เยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrium)
  • ปากมดลูก (Cervix)
  • ช่องคลอด (Vagina)
  • อวัยวะสืบพันธุ์ส่วนนอก (Genital Organs Outside)
      ซึ่งต้องตรวจภายในเท่านั้นจึงจะทราบถึงความผิดปกติ เช่น ช็อกโกแลตชีสต์ ที่เป็นสาเหตุหลักของการปวดประจำเดือน และมีลูกยาก ซึ่งผู้หญิงเป็นกันมาก
 

ช็อกโกแลตซีสต์ 

      ช็อกโกแลตซีสต์เป็นอาการของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เพราะเยื่อบุโพรงมดลูกเมื่อไปเกาะที่บริเวณรังไข่จะมีเลือดออกเหมือนประจำเดือน แต่ไม่ไหลออกมานอกร่างกาย จะขังอยู่ภายในพอเก่าเข้าจะเป็นสีน้ำตาลข้นเหมือนช็อกโกแลตเหลว จึงเรียกกันว่า ช็อกโกแลตชีสต์" นพ.ฉันทวัฒน์ เชนะกุล สูตินรีแพทย์ มะเร็งนรีเวช กล่าว
photo

อวัยวะภายในที่เกี่ยวพันกับโรคต่างๆ อาทิ

  • รังไข่ : มีโอกาสเป็นมะเร็งในรังไข่ได้ ทั้งในวัยเด็ก วัยเจริญพันธุ์ วัยกลางคน และวัยสูงอายุ
  • มดลูก : มีโอกาสเป็นเนื้องอกในมดลูก ซึ่งมีตั้งแต่เนื้องอกธรรมดาที่ไม่ใช่มะเร็ง โดยพบมากราว 60% ของผู้หญิงทั่วไป แต่อยูที่ขนาดว่าโตหรือไม่ ถ้าโตหรือออกอาการผิดปกติก็ต้องรักษา นอกจากนี้ยังมีโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อมดลูกที่พัฒนาเป็นเนื้องอกที่เป็นมะเร็งได้อีก
  • เยื่อบุโพรงมดลูกข้างใน : ในกรณีที่เยื่อบุโพรงมดลูกข้างในเจริญมาก หนาตัวผิดปกติ ก็จะทำให้เกิดเลือดออกผิดปกติที่มาพร้อมกับประจำเดือน หรืออาจพัฒนาเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
  • ปากมดลูก : เนื้องอกธรรมดาที่ปากมดลูกไม่น่ากลัวเท่ากับเป็นมะเร็งที่ปากมดลูก
photo

ตรวจภายในสำคัญกว่าที่คิด

        มะเร็งที่พบมากในผู้หญิง คือมะเร็งปากมดลูก ซึ่งจะพบได้ก็ต่อเมื่อต้องตรวจภายในเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้รับผลพวงอื่นๆ เกี่ยวกับระบบอวัยวะภายใน เช่น มดลูก รังไข่ ฯลฯ โดยปัญหาที่พบมากคือ ปวดท้องประจำเดือนเรื้อรัง มีลูกยาก หรือเป็นอันตรายถึงชีวิตถ้าเป็นมะเร็ง
นพ.ฉันทวัฒน์ เชนะกุล สูตินรีแพทย์ มะเร็งนรีเวชกล่าวว่า อวัยวะเหล่านี้ไม่เหมือนอวัยวะอื่นๆ ที่เป็นระบบปิด ซึ่งมีปัจจัยรบกวนจากภายนอกน้อย แต่อวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิงมีปัจจัยภายนอกเข้าไปรบกวน นั่นคือการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้มีการขยายตัวและเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายโดยเฉพาะเมื่อมีลูก ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นอะไรได้มาก "ถ้าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ โอกาสที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกเกือบจะเป็นศูนย์ แต่ยังมีรังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูกที่อกาจเกิดความผิดปกติขึ้นได้ ดังนั้น นี่คือประโยชน์ของการตรวจภายใน"

 

เตรียมตัวอย่างไร

        คุณหมอแนะนำว่า แทบไม่ต้องเตรียมตัวอะไร เว้นเสียแต่ในระหว่างที่มีรอบเดือนไม่ควรมาตรวจ โดยก่อนตรวจแพทย์จะซักถามประวัติ เช่น ประวัติความสัมพันธ์ทางเพศหรือแต่งงานหรือยัง มีลูกหรือยัง เพื่อจะได้เลือกวิธีการตรวจรวมทั้งเลือกใช้ขนาดเครื่องมือแพทย์ที่เหมาะสม ในกรณีที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศมาก่อนเลย เครื่องมือแพทย์ที่ใช้จะมีขนาดเล็กกว่า เป็นต้น และใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ในการตรวจแต่ละครั้ง โดยแพทย์จะส่งเซลล์ที่ได้ไปยังห้องปฏิบัติการหรือส่งต่อไปอัลตราซาวด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ซึ่งขึ้นอยู่กับความผิดปกติของแต่ละคน
 

วิธีตรวจภายใน

     สำหรับวิธีการตรวจแพทย์จะให้ผู้ป่วยเปลี่ยนไปสวมชุดคลุม แล้วใช้เครื่องมือแพทย์ลักษณะคล้ายปากเป็ดขนาดเล็กๆ แบนๆ สองอัน สอดเบาๆ เข้าไปในช่องคลอด เพื่อเปิดขยายออกให้เห็นปากมดลูก จากนั้นจะใช้เครื่องมือเข้าไปเก็บเซลล์ที่ปากมดลูก จากนั้นจะใช้เครื่องมือเข้าไปเก็บเซลล์ที่ปากมดลูกไปตรวจหาความผิดปกติต่อไป โดยทุกขั้นตอนจะมีพยาบาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอยู่ในห้องด้วย
photo
"ในรายที่แต่งงานมีลูกแล้วแพทย์อาจใช้นิ้วสอดเข้าไปในช่องคลอดเพื่อกระดกมดลูกขึ้น อีกมือหนึ่งคลำที่หน้าท้องเพื่อจะทราบว่ามดลูกโตไหมและมีความเจ็บปวดตรงไหนหรือเปล่า เพราะบางโรค เช่น โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ บางทียังไม่ถึงขั้นเป็นซีสต์ใหญ่ แต่คนไข้มีอาการปวดมาก เพราะโรคไปเกาะบริเวณเส้นประสาทหรือบริเวณด้านหลังมดลูกที่มีการเคลื่อนไหว เช่น รอยต่อระหว่างมดลูกกับลำไส้ใหญ่ เวลาถ่ายแล้วจะปวดมากหรือเวลามีประจำเดือนจะปวดเหมือนอยากถ่ายอุจจาระหรือท้องเสีย การตรวจวิธีนั้จะทำให้รู้ว่ามีเม็ด มีตุ่ม หรือเจ็บปวดเกิดขึ้นเมื่อไม่" 
 

วิถีชีวิตผู้หญิงยุคใหม่

โรคภายในของผู้หญิงที่พบบ่อยมาก ได้แก่ โรคตกขาว เลือดออกผิดปกติ ประจำเดือนมาไม่ตรงหรือมาน้อย ปวดประจำเดือน ปวดท้องน้อยและเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งมีผลมาจากผู้หญิงสมัยนี้วิถีชีวิตเปลี่ยนไป คือแต่งานช้าลง มีลูกตอนอายุมาก ทำให้รอบประจำเดือนมีมากขึ้น ไม่เหมือนสมัยก่อนที่อายุ 15-16 ปี ก็ตั้งท้องแล้ว ทำให้รังไข่มีโอกาสได้หยุดทำงาน ยิ่งในรายที่มีลูกหัวปีท้ายปี รังไข่ก็แทบจะไม่ได้ทำงานเลย เนื่องจากโรคเหล่านี้เกี่ยวพันกับการทำงานของรังไข่นั่นเอง
"ส่วนโรคตกขาวที่เป็นกันมาก หมายถึงการมีมูกออกมาจากช่องคลอด ปกติจะมีอยู่แล้ว เพราะเป็นน้ำหล่อลื่น แต่หากเกิดอักเสบจากการติดเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อพยาธิ ซึ่งไม่ถือว่าน่ากลัว แต่น่ารำคาญ เช่น ทำให้คัน มีกลิ่น มีมูกเยอะเกินไป อะไรก็ตามที่เคยเป็นปกติของชีวิตแล้วไม่เป็นไปตามนั้นก็ถือว่าผิดปกติ อย่างตกขาวที่มีอาการคัน มีกลิ่น หรือมีมูกเยอะเกินไปถือว่าผิดปกติแล้ว ซึ่งควรจะมาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติต่อไป"

 

ใช้ชีวิตให้ห่างจากโรค

  • ไม่สูบบุหรี่ เพราะสารทาร์และนิโคตินจะเข้าไปในกระแสเลือด
  • รักษาสุขอนามัยอย่างพอดี
  • ไม่เปลี่ยนคู่นอน
  • ไม่ใช้แผ่นอนามัยแบบแผ่น โดยเฉพาะชนิดมีน้ำหอม เพราะแผ่นอนามัยจะดูดซึมความชื้นไปเก็บสะสม แต่อากาศไม่ผ่านทำให้หมักหมมเชื้อโรคที่เจริญเติบโตในที่ไม่มีโอกาสทั้งหลายจะชอบ เช่น เชื้อรา ทำให้เป็นเชื้อรากันมาก
    ช่วงมีประจำเดือนควรเปลี่ยนผ้าอนามัยให้บ่อย อย่างน้อยทุก 3 ชั่วโมง
ข้อมูล: นพ.ฉันทวัฒน์ เชนะกุล สูตินรีแพทย์ มะเร็งนรีเวช
บทความโดย ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)

ฮิโดกิ ฟิตกระชับ ขจัดตกขาว ไร้กลิ่นอับ เห็นผลทันที สนใจทักเลยจ้า 0830354954


ฮิโดกิ (Hi Do Ki) จุดซ่อนเร้น ฟิต กระชับ ปรับสีผิว ลดกลิ่น สกัดจากธรรมชาติ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ลองใช้ดูค่ะ น้องสาวไม่มีกลิ่น คืนความสดชื่น และความอ่อนนุ่มให้ผิว ดุจสาวแรกรุ่น


ผลิตโดยโรงงานมาตรฐานสากล ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP จากสถาบัน SGS ประเทศอังกฤษ เลขที่ อย. 11-1-22360-5-0009

ส่วนประกอบหลัก
โปรตีนจากถั่วเหลือง ปรับสภาพของฮฮร์โมนให้สมดุล ลดอาการร้อนวูบวาบในระยำหมดประจำเดือน
กรดอัลฟ่า-ไลโปอิค ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี ช่วยลดจุดด่างดำ และชะลอความเสื่อมที่ผิวหนังได้เป็นอย่างดี
เปลือกสนฝรั่งเศส ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เส้นเลือดขอดและการอุดตันของลิ่มเลือด
โคเอ็นไซม์คิวเท็น ต้านอนุมูลอิสระ ป้องการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ทำให้ริ้วรอยที่เป็นแลดูจางลง
ตังกุย กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยให้ประจำเดือนมาปกติ บรรเทาอาการร้อนวูบวาบในหญิงวัยทอง
เมล็ดองุ่น ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโดยรวมของร่างกาย ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดริ้วรอย ฝ้า กระ ให้จางลง

วิธีรับประทาน
ทานครั้งละ 1-2 เม็ด ก่อนนอน กับน้ำอุ่น 1 แก้ว


************************
📱ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโทร 0830354954 ข้อมูลเพิ่มเติม https://hidoki2019.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ฮิโดกิ จุดซ่อนเร้น ฟิต กระชับ ปรับสีผิว ลดกลิ่น คืนความสดชื่น อ่อนนุ่มให้ผิว ดุจสาวแรกรุ่น โทร 0830354954


ฮิโดกิ (Hi Do Ki) จุดซ่อนเร้น ฟิต กระชับ ปรับสีผิว ลดกลิ่น สกัดจากธรรมชาติ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ลองใช้ดูค่ะ น้องสาวไม่มีกลิ่น คืนความสดชื่น และความอ่อนนุ่มให้ผิว ดุจสาวแรกรุ่น


สวยแบบไม่ต้องกินยา 👈
ไม่ต้องฉีด 👈
ใช้ได้ทุกวัน 👈
ช่องคลอดฟิต กระชับ กลิ่นหาย 👈
เหลือไว้แต่ความหอมยาวนานตลอดทั้งวัน..
ดับกลิ่นเหม็น เน้นความฟิต พิชิตใจสามี อีกข้อดีคือ ป้องกันมะเร็งปากมดลูก 👈 ฟิตครบสูตร Hi Do Ki ‼️‼️


Hi Do Ki ราคา 380-. บาท
มีบริการเก็บเงินปลายทาง

*******************
@🆔👇กดลิงค์ไลน์👇
📱ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโทร 0830354954 

ข้อมูลเพิ่มเติม https://hidoki2019.blogspot.com/

อย่าปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้มากวนใจคุณ ให้ ฮิโดกิ ตัวช่วยดูแลภายในของผู้หญิงยุคใหม่


อย่าปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้มากวนใจคุณ ให้ ฮิโดกิ (Hi Do Ki) เป็นตัวช่วยดูแลภายในให้กับท่านหญิงสิค่ะ


ทำความสะอาดแล้วยังมีกลิ่น                
เรื่องบนเตียงช่างน่าเบื่อ  
ตกขาวเปรอะกางเกง                             
ปวดประจำเดือน ประจำเดือนน้อย มากระปริดกระปรอย
ต้องใส่แคร์ฟรีทุกวัน                                
มีสีคล้ำออกเป็นลิ้มก้อน
คันยุบยิบในช่องคลอดน่ารำคาญ           
อารมณ์แปรปรวน ขี้หงุดหงิด
ตกขาวมีสีและกลิ่นผิดปกติ                    
หน้าท้องป่อง มีของเสียสะสม
คนรักห่างเหิน ไม่ใส่ใจ จะตีจาก
ไม่มีอารมณ์ทางเพศ
น้องสาวตด หลวม ไม่กระชับ
มีเพศสัมพันธ์แล้วเจ็บ ชีวิตรักจืดชืด

เรื่องที่ผู้หญิงต้องรู้ อาการเหล่านี้บอกอะไรได้บ้าง ? By Hi Do Ki

เรื่องที่ผู้หญิงต้องรู้ อาการเหล่านี้บอกอะไรได้บ้าง ? “เริ่มต้นสวย ชีวิตก็ไปได้สวยจริงไหม?”  เพราะจุดเริ่มต้นที่สำคัญของผู้หญิง คื...